Category: ข่าวกีฬา

การแข่งขันกรีฑา รอบชิงชนะเลิศ ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่มีดิงห์ สเตเดี้ยม, กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2565

ประเภทวิ่ง 800 เมตรชาย โจชัว โรเบิร์ต แอตกินสัน นักวิ่งหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย โชว์สปีดในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้งก่อนแซงเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 1 นาที 55.75 วินาที คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

ส่วนเหรียญเงินตกเป็นของ จิรายุ ปลีนารัมย์ นักวิ่งชาวไทย ที่เข้าเป็นอันดับ 2 ด้วยเวลา 1 นาที 55.77 วินาที และเหรียญทองแดง เป็นของ ดัง ตราน วาน นักวิ่งเวียดนาม ที่ทำเวลา 1 นาที 56.50 วินาที

จากชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ โจชัว โรเบิร์ต แอตกินสัน คว้าเหรียญทองที่ 3 ให้ตัวเอง หลังได้เหรียญทองในการแข่งขันวิ่งผลัดผสม 4×400 ม.ชาย และ วิ่ง 400 เมตร มาก่อนหน้านี้

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

ข่าวการย้ายทีมของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มายัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นจริง และสื่อหลายเจ้าก็ออกตัวว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะทำให้ ฮาลันด์ ในวัย 22 ปีได้รับค่าเหนือย 5 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

นี่คือค่าเหนื่อยที่มากกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เควิน เดอ บรอยน์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งหากปิดดีลได้จริงจะทำให้เขาเป็นนักเตะที่ได้รับค่าจ้างมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกทันที … นี่ยังไม่รวมค่าตัวที่คาดกันว่าจะรวม ๆ แล้วเกิน 100 ล้านปอนด์แน่นอน

แพงทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยแบบนี้ ทำไม แมนฯ ซิตี้ จึงสู้ไม่ถอย ? ติดตามได้ที่ Main Stand

ซื้อสตาร์ได้อะไร ? 

เมื่อมีข่าวหลายสำนักบอกว่า เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กำลังจะกลายเป็นนักเตะของ แมนฯ ซิตี้ และอาจจะมีการเซ็นสัญญาด้วยการได้รับค่าเหนื่อยมากถึง 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คำถามคือจำนวนเงินขนาดนี้เหมาะสมและจะกระทบกับการเงินของ แมนฯ ซิตี้ หรือไม่ ?

จากการนำเสนอของสื่อระดับโลกอย่าง GOAL มีการยืนยันว่า แมนฯ ซิตี้ คือสโมสรที่มีรายรับมากที่สุดในช่วงเวลานับตั้งแต่ปี 2021-22 โดยรายรับของพวกเขาต่อปีอยู่ 644.9 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นรายรับจากการถ่ายทอดสด 297.4 ล้านปอนด์ อีก 271.7 ล้านปอนด์จากรายได้เชิงพาณิชย์ ส่วนที่เหลือมาจากสปอนเซอร์ รวมถึงรายได้ทางอื่น ๆ

หากมองที่ตัวเลข 644.9 ล้านปอนด์ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากโข แต่อันที่จริงเงินในส่วนนี้จะถูกนำไปแบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ของทีม ทั้งเรื่องในสนาม งบประมาณการทำทีมประจำปี การกุศลเพื่อสังคม หรืออะไรก็ตามที่เป็นรายจ่ายหลัก ๆ ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในรายจ่ายหลัก ๆ ของทุกสโมสรคือ “ค่าเหนื่อยของนักเตะ” ที่ต้องจ่ายกันทุกสัปดาห์ โดยรวมแล้วต่อ 1 ปี แมนฯ ซิตี้ จะต้องจ่ายเงินค่าเหนื่อยนักเตะรวมทั้งสิ้น 355 ล้านปอนด์ มากเป็นอันดับที่ 1 ของศึกพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

 

และในกรณีที่พวกเขาได้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ มาร่วมทัพด้วยค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 5 แสนปอนด์ จริง ๆ แมนฯ ซิตี้ จะต้องเพิ่มจำนวนค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเหนื่อยของนักเตะเพิ่มปีละ 26 ล้านปอนด์ รวมเป็นเงินทั้งหมด 381 ล้านปอนด์ สำหรับนักเตะทั้งทีม คิดเป็น 59.1% ของรายรับทั้งหมดต่อ 1 ปีของสโมสร

นี่คือตัวเลขที่น่าเป็นห่วงอยู่พอสมควร เนื่องจากเดิมที แมนฯ ซิตี้ ก็เป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยหนักที่สุดในลีกอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามบอร์ดบริหารของแมนฯ ซิตี้ เองก็เชี่ยวชาญและขึ้นชื่อในเรื่องการปั้นแบรนด์สโมสรให้มีมูลค่าติดตลาดอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงไม่น่าเป็นห่วงอะไรนัก จากค่าเหนื่อยที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกสัปดาห์ละ 500,000 ปอนด์ ของ ฮาลันด์ เพราะในอดีตมีการยืนยันว่าอย่างไรเสียการทุ่มซื้อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ก็มีแต่ความคุ้มค่ารออยู่ เงินที่เสียไปจะเปลี่ยนเป็นรายรับและความนิยมที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ไม่ยาก

ยกตัวอย่างเช่นในปี 2009 ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป เรอัล มาดริด ด้วยราคาแพงที่สุดในโลก (ณ เวลานั้น) ที่ 80 ล้านปอนด์ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือยอดคนดูในสนาม ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ก็เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่มีคนดูเฉลี่ยอยู่ที่ 70,816 คนต่อนัด กลายเป็น 74,316 คนต่อนัด

ใกล้เข้ามาหน่อยก็เห็นจะเป็นรายของ เนย์มาร์ ที่ครองสถิตินักเตะแพงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่งเมื่อ เนย์มาร์ ย้ายไป เปแอสเช ด้วยค่าตัว 198 ล้านปอนด์ ก็ช่วยให้มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมใน ปาร์ก เดส์ แปรงซ์ รังเหย้าของเปแอสเชเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เฉลี่ย 45,159 คนต่อนัดในฤดูกาล 2016-17 ขึ้นมาเป็น 46,930 คนต่อนัด

 

ไม่เพียงแต่การย้ายทีมของผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์จะส่งผลให้ยอดคนดูในสนามเพิ่มขึ้นเท่านั้น รายได้จากส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะมาจากการถ่ายทอดสดการแข่งขัน การขายสินค้าที่ระลึก หรือแม้จากผู้สนับสนุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ยกตัวอย่างง่าย ๆ แบบเห็นภาพที่สุดคือวันที่ เดวิด เบ็คแฮม ย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไป เรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2003-04 ทีมราชันชุดขาวมีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นจาก 192.6 ล้านยูโร เป็น 275.7 ล้านยูโร ทั้ง ๆ ที่ในซีซั่นนั้นมาดริดไม่มีแชมป์ใดติดมือเลยแม้แต่รายการเดียว … เรียกได้ว่าดีล เบ็คแฮม เปลี่ยนให้ เรอัล มาดริด กลายเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดของโลกในเวลานั้น แซงหน้าแชมป์เก่าที่เป็นทีมของ เบ็คแฮม อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ไปเลยก็คงไม่ผิดนัก

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

 

มาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศ 30 รายชื่อชุดทำศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2022 รอบคัดเลือก ที่ ประเทศ อุซเบกิสถาน ระหว่างวันที่ 8-14 มิถุน 2565 และหลังจากเสร็จสิ้นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมดจะมีการตัดตัวผู้เล่นให้เหลือ 23 คน สุดท้าย เพื่อเดินทางไปแข่ง

รายชื่อ 30 คน ทีมชาติไทย ชุดใหญ่
1. กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
2. จักพัน ไพรสุวรรณ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
3. เชาว์วัตน์ วีระชาติ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
4. สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
5. วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
6. ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
7. ธีรศิลป์ แดงดา (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
8. ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
9. ธีราทร บุญมาทัน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
10. ศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
11. พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
12. สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
13. ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
14. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (การท่าเรือ เอฟซี)
15. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (การท่าเรือ เอฟซี)
16. บดินทร์ ผาลา (การท่าเรือ เอฟซี)
17. ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (การท่าเรือ เอฟซี)
18. อดิศักดิ์ ไกรษร (การท่าเรือ เอฟซี)
19. พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
20. ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
21. วิศรุต อิ่มอุระ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
22. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

23. วีระเทพ ป้อมพันธุ์ (เมืองทอง ยูไนเต็ด)
24. พิชา อุทรา (เมืองทอง ยูไนเต็ด)
25. ศุภนันท์ บุรีรัตน์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
26. ชญาวัต ศรีนาวงษ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
27. กฤษดา กาแมน (ชลบุรี เอฟซี)
28. พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล (ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด)
29. เอกนิษฐ์ ปัญญา (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
30. เฉลิมศักดิ์ อักขี (โปลิศ เทโร เอฟซี)

สำหรับ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีโปรแกรมอุ่นเครื่อง ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์จำนวน 3 นัดดังนี้

24 พฤษภาคม 2565  ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติบาห์เรน *รอยืนยันสนามแข่งขัน
27 พฤษภาคม 2565 ทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน ที่ จังหวัดศรีสะเกษ
31 พฤษภาคม 2565 ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติบาห์เรน ที่ บีจี สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือก โดยอยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับเจ้าภาพ อุซเบกิสถาน, มัลดีฟส์ และศรีลังกา โดยมีโปรแกรมการแข่งขันดังนี้

วันที่ 8 มิถุนายน 2565 ทีมชาติไทย พบ มัลดีฟส์ ที่มาร์ซากีย์ สเตเดียม
วันที่ 11 มิถุนายน 2565 ศรีลังกา พบ ทีมชาติไทย ที่มาร์ซากีย์ สเตเดียม
วันที่ 14 มิถุนายน 2565 อุซเบกิสถาน พบ ทีมชาติไทย ที่มาร์ซากีย์ สเตเดียม

สำหรับ การแข่งขันแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือก จะนำทีมแชมป์กลุ่ม จาก 6 กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม 5 จาก 6 กลุ่ม (รวมเป็น 11 ทีม) ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอล เอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางวันเดอร์คิดของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงอนาคตของตัวเองครั้งแรก หลังตกเป็นข่าวลืออย่างหนักกับหลายสโมสรใหญ่ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่าอาจย้ายทีมช่วงซัมเมอร์นี้

“ตอนนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตของผมออกมาเยอะมากตามสื่อต่าง ๆ แต่ขอยืนยันว่าสิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดคือ เกมนัดถัดไปของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เท่านั้น” หนุ่มน้อยวัย 18 กล่าวกับ Ruhr Nachrichten BVB

“เพราะงั้น เส้นทางค้าแข้งของผมจึงถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าฤดูกาลหน้าก็ต้องสานต่องานของตัวเองในทีม ดอร์ทมุนด์ ไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ ย้ำอีกครั้งนะว่าผมจะอยู่กับสโมสรแห่งนี้อีกอย่างน้อย 1 ปีและพร้อมต่อสู้เพื่อไล่ล่าความสำเร็จร่วมกันเต็มแก่แล้ว”

“โชคชะตาของผม ผมเป็นคนกำหนดเองทั้งหมด ผมรู้ว่าถ้าตัวเองพยายามทำงานหนักมากพอ เพื่อมั่นในผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวมากพอ ก็จะเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้แน่ ๆ”

“ผมย้ายจากอังกฤษมาหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในเยอรมนีด้วยป้ายชื่อของ ดาวรุ่งพรสวรรค์สูง ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็ไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่นะ โชคดีที่ทำผลงานเข้าตาได้ตั้งแต่ซีซั่นแรก แต่ก็มีหลาย ๆ นัดที่ต้องเป็นตัวสำรองหรือไม่ได้ลงสนามเลย”

“ส่วนปีนี้ผมรู้ว่าตัวเองมีพัฒนาการด้านฝีเท้าสูงแบบก้าวกระโดด ผมได้รับโอกาสให้ออกสตาร์ทในเกมใหญ่ ๆ บทบาทในสนามเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ ดอร์ทมุนด์ ที่เชื่อมั่นในศักยภาพและกล้ามอบโอกาสดี ๆ เหล่านี้ให้”

“สต๊าฟฟ์โค้ชทุกคนสมควรได้รับเครดิตทั้งหมด ทุกคำชื่นชม ทุกความสำเร็จของผมพวกเขาเป็นผู้ปลุกปั้นอย่างแท้จริง พวกเขาคอยพร่ำสอนตลอดเวลาแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ผมมีสมาธิกับการเล่นฟุตบอลแบบ 100% นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ จู๊ด เบลลิงแฮม มีวันนี้”

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

การแข่งขัน ฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา ดิตาลี ระหว่าง “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน เปิดบ้านพบกับ อตาลันต้า ที่สนาม ซาน ซีโร่ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่กัน นาทีที่ 21 เจ้าถิ่นได้โอกาสลุ้นจาก ราฟาเอล เลเอา ที่ได้ปั่นด้วยขวาในเขตโทษแต่บอลตรงตัว ฮวน มุสโซ่ นายด่านทีมเยือนรับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 31 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้าง ฮานส์ ฮาเตบัวร์ ไหลต่อให้ หลุยส์ มูเรียล สับไกจากหน้าเขตโทษแต่ ไมค์ เมนญอง พุ่งเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังนาทีที่ 56 เจ้าบ้านลุยทันที จูเนียร์ เมสซิอัส วางบอลขึ้นหน้าให้ ราฟาเอล เลเอา สปีดไปซัดลอดขา ฮวน มุสโซ่ ซุกก้นตาข่าย เอซี มิลาน ออกนำ 1-0

นาทีที่ 75 “ปีศาจแดงดำ” เดินหน้าต่อ เตโอ แอร์กน็องเดซ ลากจากครึ่งสนามก่อนหลุดเข้าเขตโทษกดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายเข้าไป เอซี มิลาน นำห่าง 2-0

จบเกม “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน เปิดบ้านเอาชนะ อตาลันต้า 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ นำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยนัดสุดท้ายต้องการอีกเพียงแค่แต้มเดียวก็จะคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ ได้ทันที

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เอซี มิลาน (4-2-3-1) : ไมค์ เมนญอง – ดาวิเด้ คาลาเบรีย (อเลสซานโดร ฟลอเรนซี น.80), ปิแอร์ คาลูลู, ฟิกาโย่ โทโมริ,เตโอ แอร์กน็องเดซ – ซานโดร โตนาลี่ (อิลมาแอล เบนนาเซอร์ น.63), ฟร้องซ์ เกสซิเย่ – อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส (จูเนียร์ เมสซิอัส น.55), ราเด้ ครูนิช (ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ น.80), ราฟาเอล เลเอา – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (อันเต้ เรบิช น.55)
อตาลันต้า (3-4-2-1) : ฮวน มุสโซ่ – มาร์เทน เดอ รูน ,โฮเซ่ ปาโลมิโน่ (เมริห์ เดมิรัล น.80), เบรัต จิมซิติ (จอร์โจ้ สกาลวีนี น.80) – ฮานส์ ฮาเตบัวร์,เตอัน คูปไมเนอร์สมเรโม เฟรเลอร์, ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า,มัตเตโอ เปสซิน่า (เฌเรมี่ โบก้า น.70),มาริโอ ปาซาลิช (รุสลัน มาลินอฟสกี้ น.55),หลุยส์ มูเรียล (ดูวาน ซาปาต้า น.55)

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

ยุโรป คือฝันของนักฟุตบอลอาชีพทุกคน เพราะที่นี่คือดินแดนของฟุตบอลยุคใหม่ที่ล้ำหน้าทั้งเรื่องการจัดการ แทคติก และวิถีความเป็นมืออาชีพ

สำหรับชาวเอเชียอย่างเรานั้น แค่ได้ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ต่อให้ไม่ต้องได้ลงสนามมากมายหรือกลายเป็นตัวเก่งของทีมในระดับแถวหน้าของยุโรปก็มักจะได้คำชมว่าเก่งและเจ๋งมากพอแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันยังมีโลกอีกใบที่นักเตะเอเชียหลายคนไปไม่ถึง

นั่นคือการเล่นในยุโรปเป็นเวลานาน ๆ โดยรักษามาตรฐานการเล่นและสภาพร่างกายของตัวเองไว้ได้ ก่อนจะกลายเป็นกัปตันและเป็นตำนานของทีมที่ยังค้าแข้งอยู่ด้วยสถานะตัวหลักในวัยใกล้ ๆ 40 ปี

 

นี่คือเรื่องราวของ มาโกโตะ ฮาเซเบะ นักเตะกองกลางชาวญี่ปุ่นที่เล่นในลีกเยอรมันมามากกว่า 15 ปี และผ่านการแข่งขันมากว่า 500 นัด … อะไรคือสิ่งที่ทำให้นักเตะเอเชียคนหนึ่งไม่ยอมถอยกลับไปเล่นในบ้านเกิดเมื่ออายุเยอะเหมือนกับนักเตะหลาย ๆ คน ?

ติดตามได้ที่ Main Stand

ฝันของทุกคน

อย่างที่ได้เกริ่นนำไป ฟุตบอลยุโรปคือหมุดหมายปลายทางของนักฟุตบอลอาชีพทุกคนบนโลกนี้ ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของความก้าวหน้าในอาชีพและทุกอย่างที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะรายรับ, คุณภาพชีวิต, วิทยาการต่าง ๆ รวมถึงการทำให้ตัวเองได้กลายเป็นนักฟุตบอลที่ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

สำหรับนักเตะเอเชียนั้น หากเราย้อนกลับไปสักช่วงยุค 90s นั้นการได้ไปเล่นในยุโรปถือเป็นเรื่องที่แปลกใหม่น่าสนใจ ใครที่ไปเล่นยุโรปได้ก็ต้องเป็นนักเตะระดับหัวกะทิของเอเชียจริง ๆ และนักเตะพวกนี้จะถูกสื่อตามทำข่าวแทบทุกอิริยาบถ เรียกง่าย ๆ ก็คือมันแทบจะเป็นวาระแห่งชาติเลยก็ว่าได้ เราได้เห็นนักเตะอย่าง ฮิเดโตชิ นากาตะ หรือ อาลี ดาอี ที่เป็นนักเตะเอเชียที่สร้างกระแสในลีกยุโรปเป็นชาติแรก ๆ พวกเขากรุยทางส่งต่อมาถึงรุ่นหลัง ๆ และมันทำให้นักเตะเอเชียได้ไปเล่นในยุโรปง่ายขึ้นหลังยุค 2000s เป็นต้นมา โดยเฉพาะนักเตะญี่ปุ่นกับลีกบุนเดสลีกานั้นมีการส่งออกนักเตะไปที่เยอรมันเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ และ มาโกโตะ ฮาเซเบะ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ฮาเซเบะ เริ่มเล่นฟุตบอลในช่วงมัธยมและเป็นตัวแทนของโรงเรียน Fujieda Higashi ไปแข่งขันตามรายการต่าง ๆ จนเริ่มเข้าตาทีมใหญ่ของประเทศอย่าง อูราวะ เรด ไดมอนด์ส ที่เซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือเรื่องของฝีเท้า และเหนือสิ่งอื่นใดคือ “คาแร็กเตอร์” 

ในสารคดีชีวิตของ มาโกโตะ ฮาเซเบะ ของช่อง DW kick off! ใน YouTube นั้นได้มีการตามไปสัมภาษณ์โค้ชของ ฮาเซเบะ สมัยที่ยังเล่นให้ทีมมัธยม โดยโค้ชคนดังกล่าวได้บอกว่า

“เดิมทีแล้วเมืองฟูจิเอดะของเราเป็นเมืองที่บ้าคลั่งฟุตบอลกันแบบสุด ๆ เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นเบอร์ 1 ของที่นี่ คุณสามารถไปเล่นฟุตบอลที่ไหนในประเทศก็ได้ สำหรับ ฮาเซเบะ นั้นก็เป็นเบอร์ 1 ของเรา เขาผู้นำโดยธรรมชาติ เป็นคนที่ต่อให้คุณมองไม่เห็นปลอกแขนกัปตันทีมของเขาคุณก็รู้ได้ว่าเขาเป็นกัปตันของเรา” 

ตัวของ ฮาเซเบะ ก็บอกไม่ต่างกันในแง่ของการจะกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดจนถึงขั้นได้ไปเล่นในยุโรป เขาเองก็ไม่เคยพอใจกับผลงานของตัวเองต่อให้ใครจะชมว่าเขาเป็นเด็กที่เก่งขนาดไหน แม้จะเป็นกัปตันและเบอร์ 1 ของทีมโรงเรียน แต่ ฮาเซเบะ ยังคงต้องตั้งใจซ้อม ตั้งใจเรียนรู้สิ่งที่โค้ชสอนอยู่ทุกวัน โดยที่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องลำบากยากเย็นเข็นใจเหมือนกับมันเป็นกิจกรรมหลักของชีวิตเขา เหมือนกับการที่ตื่นมาต้องล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนนอนต้องดื่มน้ำสักแก้ว … เรื่องการฝึกหนักเพื่อก้าวกระโดดให้ไกลกว่าที่ตัวเองคิดคือเรื่องธรรมดา ๆ ที่ ฮาเซเบะ ทำมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

 

“ตอนมัธยมเราแทบจะฝึกซ้อมกันตลอดเวลา การซ้อมส่วนใหญ่เป็นการฝึกวิ่งอย่างต่อเนื่อง เราฝึกการ Drills (การฝึกซ้อมท่าวิ่งให้ถูกต้องเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่สำคัญต่อการวิ่ง) มาเป็นพัน ๆ ครั้ง เราพยายามจะทำให้ทักษะการครองบอลเป็นเลิศที่สุด ทุกอย่างสามารถตั้งอยู่บนคำว่า ‘หนักหน่วงสุด ๆ’ นั่นแหละที่ทำให้ผมกลายเป็นผมทุกวันนี้” ฮาเซเบะ กล่าวภายหลัง

เมื่อยุโรปไม่ใช่เรื่องง่าย มันจึงมีความหมายว่าคุณจะต้องฝึกหนักและแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ฮาเซเบะ เข้าใจจุดนั้นและทำมันซ้ำมาตลอด ตั้งแต่ตอนที่เล่นให้กับทีมโรงเรียนมัธยมจนถึงขั้นเข้าสู่ระบบทีมเยาวชนจนถึงขั้นสูงสุดในประเทศและทวีป นั่นคือการคว้าแชมป์ลีกและแชมป์เอเชียร่วมกับ อูราวะ เรดส์

เมื่อในเอเชียไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว มันจึงเป็นทางแยก 2 ทางของนักเตะที่อยู่ในระดับ “หัวแถวของลีกรอง ๆ” นั่นคือการพยายามให้หนักขึ้นไปอีกเพื่อไปเล่นในเกมที่มีมาตรฐานสูงกว่า หรือทางที่สองคือการพยายามรักษามาตรฐานของตัวเองและประคองตัวไว้ในการเล่นที่เดิมที่จะได้รับทั้งชื่อเสียง เงินทอง รวมถึงความสะดวกสบายในระดับหนึ่ง โดยไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งสู้ใหม่ในต่างแดน

แน่นอนอย่างที่ทุกคนรู้กัน มาโกโตะ เลือกทิ้งชื่อเสียงทั้งหมดที่เขามีในญี่ปุ่นบินลัดฟ้าไปค้าแข้งในเยอรมันกับ โวล์ฟสบวร์ก … และเริ่มสร้างชื่อในฐานะ “เดอะ บอส” ซึ่งเป็นฉายาที่หลายคนเรียกเขาในภายหลัง

เลือกให้ฉลาด อย่ากลัวความเหนื่อย 

แต่เดิมก่อนที่ ฮาเซเบะ จะได้ย้ายมาเล่นที่เยอรมัน มีข่าวหลังจากเขาคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก กับ อูราวะ ว่าสโมสรใน อิตาลี อย่าง เซียน่า ก็อยากจะเซ็นสัญญากับเขาเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ฮาเซเบะ ที่เป็นคนที่คิดเรื่องการวางแผนและวาดภาพไว้ในหัว ทุกอย่างที่เขาทำผ่านกระบวนการทางความคิดมาพอสมควร เขาเปลี่ยนใจไปเซ็นสัญญากับ โวล์ฟสบวร์ก เพราะเชื่อว่าเยอรมันคือที่ที่เหมาะกับนักเตะแบบเขามากกว่า

ตอนนี้ มาโกโตะ ฮาเซเบะ อายุ 38 ปีแล้ว แต่เขายังคงลงเล่นให้กับ แฟรค์เฟิร์ต ในฐานะตัวหลักอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนทุกวันนี้ … เมื่อถามว่าเขาจะเล่นในระดับนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ฮาเซเบะ ก็ตอบได้แค่เพียงว่า “นานที่สุด ตราบเท่าที่จะเป็นไปได้  … ไม่แน่อาจจะถึง 40 ปีเลยก็ได้” มาโกโตะ ฮาเซเบะ กล่าวไว้ตอนที่เขาอายุ 34 ปี … วันนี้สิ่งที่เขาพูดไว้ใกล้จะเป็นจริงแล้ว

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

การพบกันระหว่าง แอตเลติโก้ มาดริด และ เรอัล มาดริด ถือเป็นหนึ่งในนัดสำคัญของการแข่งขันลาลีกาในแต่ละฤดูกาล ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชัยชนะเท่านั้น แต่ยังแย่งชิงความเป็นที่หนึ่งของเมืองด้วย

สำหรับในฤดูกาลนี้ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ และ คาร์โล อันเชล็อตติ ได้กลับมาดวลฝีมือกันอีกครั้งในรอบ 7 ปี ซิเมโอเน่ มีสถิติโดยรวมที่เหนือกว่า แต่ อันเชล็อตติ ก็ปลดล็อกเก็บชัยชนะครั้งแรกใน “เอล ดาร์บี้” ได้แล้ว

ครั้งแรกของ “เอล โชโล่” ปะทะ “อันเช่”

2 สุดยอดโค้ชของวงการฟุตบอล ได้เผชิญหน้าในดาร์บี้แมตช์เมืองหลวงของสเปนเป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 2013/14 ซิเมโอเน่ คุมทัพ แอตฯ มาดริด กับ อันเชล็อตติ ที่เข้ามานั่งเก้าอี้นายใหญ่ เรอัล มาดริด เป็นฤดูกาลแรก

นัดแรกที่ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว เป็น แอตฯ มาดริด ที่บุกไปเอาชนะราชันชุดขาว 1-0 จากประตูชัยของ ดิเอโก้ คอสต้า ในนาทีที่ 11 นับเป็นชัยชนะของตราหมีในเกมดาร์บี้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี

ส่วนนัดสองที่บิเซนเต้ กัลเดร่อน สนามเหย้าของ แอตฯ มาดริด ในเวลานั้น ทั้งคู่เสมอกันไป 2-2 คาริม เบนเซม่า ยิงให้ เรอัล มาดริด นำก่อนตั้งแต่ 3 นาทีแรก แต่ โกเก้ ซัดตีเสมอให้ แอตฯ มาดริด ในนาทีที่ 28

ช่วงท้ายครึ่งแรก กาบี้ เฟอร์นานเดซ ยิงให้เจ้าบ้านแซงขึ้นนำ ก่อนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำประตูตีเสมอให้ผู้มาเยือน จบเกมแบ่งกันไปฝั่งละ 1 คะแนน ซิเมโอเน่ ไม่แพ้ อันเชล็อตติ ทั้ง 2 นัด ในซีซั่นแรกที่พบกัน

และในฤดูกาลถัดมา “เอล โชโล่” ยังทำผลงานได้ดีกว่า “อันเช่” อีกครั้ง ด้วยการชนะทั้งเหย้าและเยือนในซีซั่นเดียวกันเป็นครั้งแรกในรอบ 64 ปี โดยคว้าชัยที่เบอร์นาเบวสกอร์ 2-1 และบิเซนเต้ กัลเดร่อน สกอร์ 4-0

“อันเช่” มีชัยเหนือ “เอล โชโล่” ครั้งแรก

ตลอด 4 นัดแรกในการพบกันเฉพาะลาลีกา อันเชล็อตติ ไม่สามารถเอาชนะ ซิเมโอเน่ ได้เลย แต่ในฤดูกาลนี้ กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 63 ปี สามารถปลดล็อกเอาชนะนายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์วัย 52 ปี ได้เป็นครั้งแรกเสียที

การพบกันนัดแรกที่บ้านของ เรอัล มาดริด เมื่อ 12 ธันวาคม 2021 ราชันชุดขาวเอาชนะไปได้ 2-0 คาริม เบนเซม่า และ มาร์โก้ อเซนซิโอ้ ทำคนละ 1 ประตู ก่อนที่ “ตราหมี” จะได้โอกาสล้างแค้นในคืนวันอาทิตย์นี้

สำหรับ เบนเซม่า และ อเซนซิโอ้ ต่างก็มีรายชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมที่เปิดซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ไล่ถล่มเอสปันญ่อล 4-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วด้วย ส่งให้ เรอัล มาดริด ฉลองแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 35 อย่างยิ่งใหญ่

 

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

สโมสรฟุตบอลเชลซี ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้มีการตกลงเงื่อนไขสำหรับกลุ่มทุนรายใหม่ นำโดย ท็อดด์ โบห์ลี, เคลียร์เลค แคปปิทัล, มาร์ค วอลเตอร์ และ ฮันส์ยอร์ก วีสส์ เพื่อขอซื้อกิจการสโมสร

จากการลงทุนทั้งหมด เม็ดเงินจำนวน 2.5 พันล้านปอนด์จะถูกนำไปใช้ซื้อหุ้นในสโมสร ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำฝากเข้าบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักรที่ได้ถูกระงับ โดยเงินจำนวนนี้จะถูกบริจาค 100% เพื่อการกุศล ดังที่ โรมัน อบราโมวิช ยืนยันไปก่อนหน้านี้ สำหรับเงินที่จะโอนเข้าบัญชีธนาคารของสหราชอาณาจักรที่ได้ถูกระงับไป จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรด้วย

นอกจากนี้ ว่าที่เจ้าของทีมคนใหม่จะลงทุนเพิ่มเติมในมูลค่า 1.75 พันล้านปอนด์ เพื่อเป็นประโยชน์แก่สโมสร ซึ่งรวมถึงเรื่องการลงทุนในสแตมฟอร์ด บริดจ์, ทีมอคาเดมี่, ทีมหญิง ไปจนถึงสนามคิงส์ เมโดว์ ทั้งยังรวมถึงการระดมทุนอย่างต่อเนื่องในส่วนของมูลนิธิเชลซีด้วย

การขายสโมสรคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ขึ้นอยู่กับการอนุมัติด้านกฎระเบียบที่จำเป็นทั้งหมด รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบในเวลานั้น

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์หลังเกมเกี่ยวกับสิ่งที่พูดกับลูกทีมในช่วงพักครึ่ง จนทำให้นักเตะพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ บียาร์เรอัล 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัด 2 เมื่อคืนวันอังคารที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” เริ่มเกมด้วยความย่ำแย่หลังตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 2 ประตู ทำให้สกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 แถมรูปเกมในช่วงครึ่งแรกต้องบอกว่าเสียเปรียบตกเป็นฝ่ายตั้งรับเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนยิงคืนรวดเดียว 3 ประตู เอาชนะไปได้แบบลุ้นระทึก ทำให้รวมสองนัดผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวม 5-2 ถือเป็นครั้งที่ 10 ของสโมสรที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ

หลังเกม นายใหญ่ชาวเยอรมนี เปิดใจว่า “โดยปกติในเมื่อเราไม่สามารถเจาะพวกเขาได้ เราจะพยายามหาสถานการณ์ในช่วงครึ่งแรกเพื่อมาอธิบายให้ผู้เล่นได้เข้าใจง่ายๆ ซึ่งผมบอกผู้ช่วยของผม (ปีเตอร์ คราวิตซ์) ให้นำสิ่งที่จดบันทึกการเล่นที่ควรจะเป็นที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกเพื่อเอามาให้นักเตะได้ดูแบบแผนการเล่นที่ถูกต้อง”

“แต่เขากลับบอกว่ามันไม่มีเลย ผมเลยกระตุ้นพวกเขาให้เล่นดีกว่าครึ่งแรก! เปลี่ยนมาใช้การวิ่งเพื่อหาพื้นที่ให้มากขึ้นโดยเฉพาะในแดนกลาง เคลื่อนไหวให้ฉลาดขึ้น จากนั้นรูปเกมก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป พวกเราประทับใจกับสิ่งที่เราได้สร้างมันขึ้นมาจริงๆ เราทำประตูได้จากนั้นโมเมนตั้มของเกมก็ค่อยเปลี่ยนไป” กุนซือหงส์แดง กล่าว

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาตอบคำถามนักข่าวที่ถูกถามเกี่ยวกับประเด็นคู่ชิงชนะเลิศ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2022 ว่าอยากเจอกับสโมสรไหน

โดยหลังจบเกมที่ “หงส์แดง” พลิกสถานการณ์กลับมารัวยิงแซง 3 ประตูในช่วงครึ่งเวลาหลัง จนเป็นฝ่ายเอาชนะ บียาร์เรอัล 3-2 ทำให้รวมสองนัดชนะไปด้วยสกอร์รวม 5-3 ผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศ กับผู้ชนะระหว่าง เรอัล มาดริด หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ซึ่งนักข่าวได้ถามความเห็นของ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ว่าหากเป็นไปได้อยากที่เจอจับกับสโมสรไหนในรอบชิงชนะเลิศปีนี้ “ผมอยากเล่นกับ มาดริด ผมต้องพูดตรงๆ”

“แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่แข็งแกร่งจริงๆ เราเคยเจอกับพวกเขาสองสามครั้งในฤดูกาลนี้มาแล้ว แต่ถ้าคุณถามผมแบบเป็นการส่วนตัว ผมอยากเจอ มาดริด มากกว่า”

“สาเหตุก็เพราะเราเคยแพ้พวกเขาในรอบชิงชนะเลิศมาก่อนหน้านี้ ผมต้องการลงเล่นกับพวกเขาอีกครั้ง และหวังว่าเราจะเป็นฝ่ายเอาชนะ” เจ้าตัวกล่าวกับ บีที สปอร์ต สื่อดัง

สำหรับ ลิเวอร์พูล เคยต้องเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด 1-3 ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2018 โดยครั้งนั้น ลอริส คาริอุส นายด่านของ “หงส์แดง” ทำผิดพลาดมหันต์ถึง 2 ครั้งจนเป็นเหตุให้พ่ายไปแบบสุดชอกช้ำ

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา