“คาร์โล อันเชล็อตติ” ตัวเลือกที่น่าสนใจของ แมนฯ ยูไนเต็ด

จนป่านนี้ บอร์ดบริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังบอกกับแฟนบอลไม่ได้ว่าพวกเขาจะเอาใครเข้ามาคุมทีมถาวรต่อจาก ราล์ฟ รังนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้

หนึ่ง อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือ เอริค เทน ฮาก กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทั้งคู่ต้องการสมาธิเพื่อที่จะพาทีมประสบความสำเร็จให้ได้ก่อนจะปิดซีซั่น

แม้ว่าชื่อที่มาแรงอย่าง “พอช” จะได้รับการคาดหมายว่านี่คือกุนซือคนต่อไป แต่เสียงที่มาจากฝั่งปารีสก็ไม่ได้ชัดเจนว่าพวกเขาจะยอมปล่อยนายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์หรือไม่อย่างไร

ทางด้าน เทน ฮาก เองก็ดูจะเงียบๆลงไป แม้จะได้เสียงสนับสนุนจากแฟนบอลปีศาจแดงที่อยากเห็นทีมกลับมาเล่นเกมบุกบ้าระห่ำพร้อมกับการปั้นเด็กขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เหมือนที่ทำกับ อาแจ็กซ์ อยู่ในเวลานี้

ส่วนคนอื่นๆก็แทบไม่มีข่าวออกมาอีกเลย ทั้ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หรือแม้กระทั่ง ซีเนดีน ซีดาน เองก็ตาม

หากแต่เมื่อไม่กี่วันก่อน กลับมีชื่อหนึ่งที่อยู่ดีๆก็โผล่ขึ้นมาตามหน้าสื่ออย่างคาดไม่ถึง นั่นคือ คาร์โล อันเชล็อตติ เฮดโค้ชของ เรอัล มาดริด คนปัจจุบัน

ทำไมจึงต้องเป็นชื่อนี้?

แมนเชสเตอร์ อิฟนิง นิวส์ ได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ “อันเช่” กลายเป็นแคนดิเดตคนหนึ่งในการเข้ามานั่งกุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ นั่นเป็นเพราะว่า นี่คือกุนซือมากประสบการณ์ที่จะสามารถจัดการกับอีโก้ของแข้งปีศาจแดงได้

เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูผู้จัดการทีมแต่ละคนที่ถูกดึงเข้ามาคุมทัพต่อจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ว่าจะเป็น เดวิด มอยส์, ฟลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ มูรินโญ และ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ จะพบว่าคาแร็คเตอร์สุดๆทั้งนั้น

พวกเขี้ยว เคร่ง พร้อมมีเรื่องกับทั้งนักเตะและบอร์ดบริหารตลอดเวลาต้องยกให้ปู่หลุยส์และน้ามู แม้ว่า 2 คนนี้จะช่วยให้ ยูไนเต็ด มีแชมป์ติดมือ แต่ผู้เล่นไม่ชอบขี้หน้า บอร์ดไม่เอา มีแต่ปัญหา พวกเขาก็ต้องเก็บของออกจาก

ส่วนคนที่ชื่อชั้นไม่ถึง บารมีไม่ได้อย่าง เดวิด มอยส์ แม้จะถูกยกย่องจากการคุม เอฟเวอร์ตัน และได้รับการการันตีจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มากขนาดไหน ก็ต้องโดนอัปเปหิอยู่ดี เพราะคุมซูเปอร์สตาร์ไม่อยู่และผลงานไม่ดีพอ

คนสุดท้าย โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ รายนี้มาสายขาว สายพิราบ พร้อมเชื่อฟังบอร์ด ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่หือไม่อือ พร้อมเป็นเพื่อนกับทุกคนจนทำทีมเสียระบบ แถมผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้

แม้กระทั่งคนปัจจุบันอย่าง ราล์ฟ รังนิค ก็ยังมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากห้องแต่งตัวและสนามซ้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโดนคอมเพลนเรื่องการฝึกซ้อมที่โบราณคร่ำครึ แท็คติกที่ชวนสับสน และการรับมือกับอีโก้ของสตาร์บางราย

ทั้งหมดนี้ไม่สามารถจัดการกับความทะเยอทะยานและอีโก้ของผู้เล่น ยูไนเต็ด ได้ และไม่สามารถทำให้นักเตะเหล่านี้มีความสุขกับการทำงาน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม อันเชล็อตติ จึงกลายเป็นชื่อที่สื่อเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

เรื่องความสำเร็จไม่ต้องพูดถึง อดีตนายใหญ่ ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, เชลซี, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, บาเยิร์น มิวนิค และ เอฟเวอร์ตัน คว้าทุกถ้วยสำคัญมาหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น แชมป์ฟุตบอลลีก, แชมป์บอลถ้วย และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งทำให้เขากุนซือที่มีโปรไฟล์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งบนโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน

แต่นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่ทำให้สื่อเมืองผู้ดีคิดว่าเขาเหมาะกับการคุมทีมปีศาจแดงยุคนี้ก็คือ การบริหารจัดการผู้เล่นภายในทีม

ถ้านับเฉพาะการคุมทีมใหญ่ๆ อย่าง ยูเว่, มิลาน, เชลซี, เปแอสเช, เรอัล มาดริด (รอบแรก) และ บาเยิร์น นายใหญ่อิตาเลียนคือคนที่รับมือกับนักเตะซูเปอร์สตาร์มากที่สุดคนหนึ่งบนโลกลูกหนัง เขาไม่ใช่แท็คติกเชียนจ๋าอะไร เป็นโค้ชที่ชอบให้คำแนะนำง่ายๆกับนักเตะ และปล่อยให้ผู้เล่นเกมรุกได้ทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่

ทีมที่เคยอยู่ด้วยจึงมีเกมรุกที่จัดจ้าน ดูได้จากในยุคที่คุม เรอัล มาดริด และ เปแอสเช ทั้ง คริสเตียโน โรนัลโด และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ต่างยิงประตูกันระเบิดเถิดเทิง

อันเช่ นั้นค่อนข้างประนีประนอมกับผู้เล่น แต่ก็ไม่ได้อ่อนปวกเปียกเหมือน โซลชาร์ และไม่แข็งขืนเหมือน มูรินโญ แถมสนองงานผู้บริหารได้ดี ไม่ค่อยมีประวัติงัดข้อกับบอร์ดเหมือนกับ ฟาน กัล ในขณะที่ฝีไม้ลายมือก็ไม่ใช่ธรรมดา นั่นจึงเป็นสิ่งที่น่าจะเหมาะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ด้วยสไตล์การคุมทีมแบบนี้ ทำให้ตลอดระยะเวลา 20 ปี เจ้าตัวแชมป์ลีกได้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น ในขณะเดียวกัน กลับเป็นแชมป์ฟุตบอลถ้วยมากถึง 16 รายการ

นั่นหมายความว่าเขาอาจจะไม่สามารถพา เรด เดวิลส์ กลับคืนสู่บัลลังก์พรีเมียร์ลีกได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่จากประสบการณ์ในการคุมทีมใหญ่ๆของยุโรปจะช่วยให้รับมือกับอีโก้ของนักเตะซูเปอร์สตาร์ในทีม และดึงให้ทั้งหมดเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในห้องแต่งตัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน

ด้วยโปรไฟล์และความสำเร็จที่ผ่านมา น่าจะช่วยให้นักเตะมีความเคารพและเชื่อฟังมากขึ้น และที่แน่ๆคือสามารถการันตีเรื่องแชมป์ให้กับทีมได้ด้วย

ถ้าในซัมเมอร์นี้หาใครไม่ได้จริงๆ ตัวเลือกอย่าง อันเชล็อตติ ก็ถือว่าน่าสนใจมิใช่น้อย

อาจวางแผนระยะสั้นปีหรือสองปี รอจังหวะโค้ชเก่งๆ อายุน้อย พร้อมแล้วค่อยดึงมาเสียบแทน แต่ในระหว่างนั้นก็สามารถการันตีเรื่องท็อปโฟร์และแชมป์บอลถ้วยได้อีกด้วย

แม้จะเป็นเรื่องน่าใจหายกับเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคนี้ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา พวกเขาจึงต้องอดทน หากต้องการกลับมายิ่งใหญ่เหมือนสมัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อีกครั้ง

Cr.soccersuck

ข่าวฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ฟุตบอล >> Goalliveth

siamsport ไฮไลท์ฟุตบอล 7m บ้านผลบอล โกลคลับ zeanstep Goalclub สยามกีฬา

• เรื่องน่าสนใจ •

ถามกันมาเยอะ! “คล็อปป์” เปิดใจดีล “เอ็มบัปเป้” กับ ลิเวอร์พูล มีโอกาสแค่ไหน

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับตามตรงแล้วว่าตนอยากได้ คีลียัน...